fbpx

รักษาอาการปวดเท้า หรือรองช้ำ

อาการปวดเท้าหรือรองช้ำคืออะไร

เป็นที่คุ้นเคยดีว่าในปัจจุบันนี้ผู้คนต้องใช้ชีวิตโดยการเดินเป็นส่วนใหญ่ แล้วคุณเคยรู้สึกปวดเท้าหรือไม่  ไม่ว่าจะยืนเดินนานๆ หรือคุณเคยมีอาการปวดเท้าจนรู้สึกเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ อาการปวดเท้าอาจะเกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ  และนี้คือสิ่งที่ Greenbel Clinic พร้อมจะให้การดูแล แนะนำ อาการปวดเท้าโดยการกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สามารถรักษาอาการของทุกท่านให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

มาทำความเข้าใจกับความเสี่ยงของการเกิดโรครองช้ำกัน

  • ความเสี่ยงของการเกิดโรค : อาการปวดเท้า ส่งผลต่อคนทุกวัย อัตราความเสี่ยงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ กิจกรรมของแต่ละบุคคล
  • อาการ : อาการปวดอาจมีตั้งแต่น้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงขึ้นอยู่กับสาเหตุอาจรู้สึกไม่สบายเท้าระหว่างวัน
  • ภาวะแทรกซ้อน : อาการปวดเท้าที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การเดินที่ผิดรูป การเคลื่อนไหวลดลง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น อาการเรื้อรังหรือความผิดปกติของเท้า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • รองช้ำ : การอักเสบของพังผืดฝ่าเท้าซึ่งเป็นแนวเนื้อเยื่อที่รองรับส่วนโค้งของเท้าทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้า
  • เดือยส้นเท้า : กระดูกที่งอกออกมาจากกระดูกส้นเท้าซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวด โดยเฉพาะในระหว่างทำกิจกรรมที่จำเป็นต้องรับน้ำหนัก
  • เอ็นร้อยหวายอักเสบ : การอักเสบของเอ็นร้อยหวาย  ซึ่งจะเชื่อมต่อกล้ามเนื้อน่องกับกระดูกส้นเท้าทำให้เกิดอาการปวดที่ด้านหลังของส้นเท้า
  • ปวดฝ่าเท้า : ความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณ head หรือ shaft ของกระดูก metatarsal มักเกิดจากการกดทับกระดูกฝ่าเท้าที่เพิ่มขึ้น
  • นิ้วหัวแม่เท้าขยาย : ข้อต่อที่ฐานของหัวแม่เท้าขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดและมีตุ่มที่สามารถทำให้มองเห็นได้
  • ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง : ความผิดปกติที่นิ้วเท้าตั้งแต่หนึ่งนิ้วขึ้นไปงออผิดรูปและผิดปกติที่ข้อต่อ ทำให้เกิดความเจ็บปวดและไม่สบายเท้า
  • ปมประสาทปลายเท้าอัเสบ : เนื้อเยื่อรอบๆ เส้นประสาทระหว่างนิ้วเท้าหนาขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด หรือมีอาการชา
  • ภาวะเท้าแบน : ภาวะการณ์สูญเสียส่วนโค้งของเท้า รวมไปถึงเกิดภาวะความผิดปกของส้นเท้า ทำให้เกิดอาการปวดและไม่สบายเท้า
  • โรคเกาต์ : โรคข้ออักเสบรูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อต่อ มักส่งผลต่อหัวแม่เท้าและทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง
  • เล็บเท้าคุด : เมื่อขอบเล็บยาวขึ้นทำให้ทิ่มผิวหนังรอบๆเล็บ ทำให้เกิดอาการปวด แดง และบวม
  • ความตึงของเส้นเอ็น : การยืดหรือฉีกขาดของเอ็น เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อบริเวณเท้า
  • กระดูกหัก : กระดูกเท้าแตก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานมากเกินไป
  • โรคระบบประสาทส่วนปลาย : เส้นประสาทได้รับความเสียหาย เช่น โรคเบาหวาน ทำให้เกิดอาการปวดหรือชาที่เท้า
  • โรคข้ออักเสบ : ภาวะข้ออักเสบ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้ออักเสบ
  • รูมาตอยด์ อาจทำให้เกิดอาการปวดเท้าได้
  • การกดทับของเส้นประสาท : การกดทับของเส้นประสาทกระดูกหน้าแข้งที่ข้อเท้า ทำให้เกิดอาการปวดและรู้สึกชาที่เท้า
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (PAD) : การไหลเวียนของเลือดไปที่ขาและเท้าลดลง ทำให้เกิดอาการปวดและเป็นตะคริว
  • การใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะสม : การใช้เท้ามากเกินไป หรือ การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดอาการปวดเท้าได้
  • การติดเชื้อ : การติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัสที่ส่งผลต่อเท้าอาจทำให้เกิดอาการปวดและบวมได้

การบริการและการรักษา

นักกายภาพบำบัดของเรามีความเชี่ยวชายในการรักษาที่ครอบคลุม โดยให้การรักษาเฉพาะคน ด้วยการออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อ การวิเคราะห์การเดิน และคำแนะนำด้านกระดูกและข้อ ความมุ่งมั่นของเราคือไม่เพียงแต่บรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังแก้ไขและเสริมสร้างสุขภาพเท้าให้ดีขึ้นอีกด้วย

 

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

Shockwave Therapy : สำหรับการสลายพังผืดที่เกาะในชั้นกล้ามเนื้อ ลดความตึงของเส้นเอ็น 
Tecar Therapy: เพิ่มการไหลเวียนเลือด สามารถเจาะจงบริเวณที่มีอาการปวด
Laser Therapy: ให้ผลลัฟธ์การซ่อมสร้าง กระตุ้นการฟื้นตัวหลังการทำ shockwave therapy โดยงานวิจัยการใช้ Laser หลัง การทำ Shockwave ได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
PMS Therapy: การส่งคลื่นแม่เหล็กเข้าสู่กล้ามเนื้อ เส้นประสาทชั้นลึก เพื่อกระตุ้นการทำงาน และการฟื้นตัว ลดอาการผู้ที่มีอาการชาร่วมด้วย
Electrotherapy: การใช้กระแสไฟฟ้าแบบ 8 Channel สร้าง Muscle relaxation ไม่เพียงแค่ฝ่าเท้า แต่กล้ามเนื้อทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเดิน

 

Start Your Therapy Now

Take the first step towards revitalized health and well-being! Schedule your appointment with Greenbell Medical Clinic and embark on a path to optimal wellness.