Tennis Elbow ดูแลอย่างไร? รวมวิธีดูแลตัวเองและท่าออกกำลังกายสำหรับเอ็นข้อศอกด้านนอก
Tennis Elbow หรือภาวะเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (Lateral Epicondylitis / Lateral Elbow Tendinopathy) เป็นภาวะที่มักสัมพันธ์กับการใช้งานกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณด้านนอกข้อศอกซ้ำ ๆ เช่น การจับ บีบ ยกของ ใช้เมาส์ หรือเล่นกีฬา การดูแลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับอาการ โดยทั่วไปควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ รักษาการเคลื่อนไหวของข้อศอกและข้อมือ และเมื่ออาการเหมาะสมควรเริ่มการยืดและฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป
บทความนี้จะอธิบายวิธีดูแลตัวเองในช่วงที่มีอาการปวด รวมถึงแนวทางการออกกำลังกายสำหรับ Tennis Elbow และสัญญาณที่ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
หมายเหตุ: หากต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และการตรวจประเมิน Tennis Elbow โดยละเอียด แนะนำให้อ่านบทความ “โรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (Tennis Elbow) คืออะไร?” ควบคู่กัน
Tennis Elbow คืออะไร?
Tennis Elbow เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นบริเวณด้านนอกของข้อศอก โดยเฉพาะบริเวณที่เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อปลายแขนมาเกาะกับปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก
แม้จะมีคำว่า “Tennis” อยู่ในชื่อโรค แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในนักเทนนิสเท่านั้น ผู้ที่ต้องใช้มือและข้อมือซ้ำ ๆ เช่น พนักงานออฟฟิศ ช่าง ผู้ที่ทำงานบ้าน นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องยกและจับสิ่งของเป็นประจำ ก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้
อาการที่พบบ่อยคือ ปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก โดยเฉพาะขณะกำมือ ยกของ บิดข้อมือ หรือใช้งานแขนในลักษณะที่ต้องออกแรงซ้ำ ๆ
Tennis Elbow ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
การดูแล Tennis Elbow ไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้แขนโดยสิ้นเชิง แต่ควรเป็นการ ปรับและจัดการปริมาณการใช้งาน (Load Management) ให้เหมาะสมกับระดับอาการ
แนวทางเบื้องต้น ได้แก่
- ลดกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการออกแรงซ้ำ ๆ ที่ข้อศอกและข้อมือ
- ประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงที่มีอาการมาก
- รักษาการเคลื่อนไหวของข้อศอกและข้อมือ
- เมื่ออาการลดลง ค่อย ๆ เพิ่มการยืดและการฝึกความแข็งแรง
- เพิ่มระดับการออกกำลังกายอย่างเป็นขั้นตอนตามความสามารถของร่างกาย
1. ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
ในช่วงที่ปวดมาก ควรลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงต่อบริเวณข้อศอกด้านนอก เช่น
- การยกของหนัก
- การกำหรือบีบสิ่งของแรง ๆ
- การใช้เครื่องมือที่ต้องออกแรงด้วยมือเป็นเวลานาน
- การบิดข้อมือซ้ำ ๆ
- การเล่นกีฬาที่กระตุ้นอาการ
- การใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดในท่าที่ทำให้เกิดอาการปวด
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้แขนทั้งหมด หากกิจกรรมนั้นไม่ได้ทำให้อาการเพิ่มขึ้น เพราะการไม่ใช้งานแขนเป็นเวลานานอาจทำให้กล้ามเนื้อสูญเสียความแข็งแรงได้
หลักสำคัญคือ ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ แต่ยังคงเคลื่อนไหวและใช้งานแขนในระดับที่เหมาะสม
2. Tennis Elbow ควรประคบร้อนหรือเย็น?
คำถามนี้เป็นหนึ่งในข้อสงสัยที่พบบ่อย
ประคบเย็น
สามารถใช้ในช่วงที่มีอาการปวดมาก โดยเฉพาะหลังจากทำกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและความไม่สบายบริเวณข้อศอก
สามารถใช้ Cold Pack หรือถุงน้ำแข็งที่ห่อด้วยผ้าบาง ๆ ประคบบริเวณที่มีอาการประมาณ 15–20 นาที
ไม่ควรวางน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง และหากมีอาการปวดแสบ ปวดมาก หรือผิวหนังเปลี่ยนสีผิดปกติ ควรหยุดการประคบ
แล้วประคบร้อนได้ไหม?
เมื่ออาการปวดเฉียบพลันลดลงแล้ว บางรายอาจรู้สึกสบายขึ้นจากการประคบอุ่น โดยความร้อนอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเตรียมกล้ามเนื้อก่อนการยืดหรือออกกำลังกาย
ควรใช้ความร้อนในระดับที่รู้สึกอุ่นสบาย ไม่ร้อนจนแสบผิว และหลีกเลี่ยงการประคบเป็นเวลานานเกินไป
สรุป: ไม่มีความจำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งตลอดระยะเวลาการรักษา ควรเลือกวิธีที่ช่วยควบคุมอาการได้เหมาะสมกับแต่ละช่วงและแต่ละบุคคล
3. รักษาการเคลื่อนไหวของข้อศอกและข้อมือ
แม้จะมีอาการปวด แต่ไม่ควรปล่อยให้ข้อศอกและข้อมืออยู่นิ่งเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น
สามารถขยับข้อศอกและข้อมือเบา ๆ ในช่วงการเคลื่อนไหวที่ไม่กระตุ้นอาการมาก เช่น
- งอและเหยียดข้อศอก
- กระดกข้อมือขึ้นและลง
- หมุนปลายแขนคว่ำและหงาย
ควรทำอย่างช้า ๆ และไม่ฝืนจนเกิดอาการปวดมาก
เป้าหมายในระยะแรกคือ รักษาการเคลื่อนไหวของข้อและป้องกันการลดลงของความสามารถในการใช้งานแขน
Tennis Elbow ออกกำลังกายได้ไหม?
สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกประเภทและระดับความหนักให้เหมาะสมกับอาการ
การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู Tennis Elbow โดยเฉพาะเมื่ออาการปวดเริ่มควบคุมได้ เพราะช่วยพัฒนาความสามารถของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นในการรับแรง และช่วยให้กลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
ในช่วงที่มีอาการปวดมาก อาจเริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยเพิ่มการยืดและการฝึกความแข็งแรงตามลำดับ
ท่าออกกำลังกายสำหรับ Tennis Elbow
การออกกำลังกายควรเริ่มจากระดับที่เหมาะสมและค่อย ๆ เพิ่มความหนัก ไม่ควรเริ่มจากการยกน้ำหนักมากทันที
1. ท่าเคลื่อนไหวข้อมือเบา ๆ
เริ่มจากวางแขนในท่าที่สบาย จากนั้นค่อย ๆ กระดกข้อมือขึ้นและลงในช่วงที่ไม่ทำให้เกิดอาการปวดมาก
แนวทาง
- ทำช้า ๆ
- ไม่กระตุกข้อมือ
- ทำประมาณ 10–15 ครั้ง
- หยุดพักเมื่อเริ่มรู้สึกล้า
ท่านี้เหมาะสำหรับการเริ่มต้นในผู้ที่ยังมีอาการปวดและต้องการรักษาการเคลื่อนไหวของข้อมือ
2. การยืดกล้ามเนื้อบริเวณปลายแขน
การยืดกล้ามเนื้อปลายแขนสามารถช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของข้อมือ
ตัวอย่างเช่น เหยียดแขนไปด้านหน้า ค่อย ๆ งอข้อมือลง และใช้อีกมือช่วยเพิ่มแรงยืดอย่างนุ่มนวล
ควรยืดจนรู้สึกตึงเล็กน้อย ไม่ควรฝืนจนเกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก
สามารถค้างประมาณ 15–30 วินาที และทำซ้ำตามความเหมาะสม
3. Wrist Extension Exercise
เมื่ออาการปวดลดลง สามารถเริ่มฝึกกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือขึ้นด้วยแรงต้านที่เหมาะสม
อาจเริ่มจากน้ำหนักเบา เช่น ขวดน้ำขนาดเล็ก หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสม
วิธีทำเบื้องต้น
- วางท่อนแขนบนโต๊ะ
- ให้ข้อมืออยู่บริเวณขอบโต๊ะ
- ถืออุปกรณ์น้ำหนักเบา
- ค่อย ๆ กระดกข้อมือขึ้น
- ลดข้อมือลงอย่างช้า ๆ
- ทำซ้ำตามระดับความสามารถ
การเคลื่อนไหวช่วงลงควรทำอย่างควบคุม เพราะเป็นส่วนสำคัญของการฝึกควบคุมแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
4. ฝึกการหมุนปลายแขน
กล้ามเนื้อบริเวณปลายแขนไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการกระดกข้อมือเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการหมุนปลายแขน เช่น การคว่ำและหงายมือ
สามารถฝึกโดยถืออุปกรณ์น้ำหนักเบาแล้วค่อย ๆ หมุนฝ่ามือขึ้นและลง
ควรเริ่มจากแรงต้านต่ำ และเพิ่มระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป
5. ฝึกกำมือและแรงบีบ
การฝึกแรงบีบของมือสามารถช่วยพัฒนาความสามารถในการใช้งานแขนโดยรวม แต่ควรเลือกแรงต้านที่ไม่ทำให้อาการปวดข้อศอกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
อาจเริ่มจากลูกบอลนุ่มหรืออุปกรณ์แรงต้านต่ำ
หลักสำคัญคือไม่ควรบีบแรงจนเกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก
ระหว่างออกกำลังกาย Tennis Elbow ควรมีอาการปวดหรือไม่?
การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟู Tennis Elbow ไม่จำเป็นต้องรอจนไม่มีอาการปวดเลยจึงจะเริ่มได้ แต่ควรควบคุมระดับความหนักให้เหมาะสม
หากระหว่างออกกำลังกายมีอาการปวดเล็กน้อย ควรสังเกตว่าอาการหลังออกกำลังกายและในวันถัดไปเป็นอย่างไร
หากอาการปวดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บวมมากขึ้น หรือความสามารถในการใช้งานแขนลดลง ควรลดระดับความหนัก จำนวนครั้ง หรือหยุดท่านั้นชั่วคราว และพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเพิ่มเติม
หลักสำคัญคือ เพิ่มแรงและปริมาณการออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งเพิ่มน้ำหนักหรือจำนวนครั้งเร็วเกินกว่าที่เนื้อเยื่อจะปรับตัวได้
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยง Tennis Elbow
นอกจากการดูแลอาการในช่วงที่ปวดแล้ว การปรับพฤติกรรมการใช้งานแขนในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญ ทั้งในแง่การลดอาการระหว่างฟื้นฟู และการลดโอกาสที่อาการจะกลับมาเป็นซ้ำหลังจากดีขึ้นแล้ว
การปรับท่าทางการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
ผู้ที่ทำงานออฟฟิศและใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดเป็นเวลานาน มักเป็นกลุ่มที่พบอาการ Tennis Elbow ได้บ่อย เนื่องจากท่าทางการใช้ข้อมือซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน แนวทางที่อาจช่วยลดภาระต่อข้อศอกและข้อมือ ได้แก่
- วางแขนและข้อมือในระดับที่ไม่ต้องกระดกข้อมือขึ้นมากขณะใช้เมาส์
- เลือกเมาส์ที่มีขนาดเหมาะกับมือ ไม่ต้องเกร็งนิ้วหรือข้อมือมากเกินไป
- พักมือและข้อมือเป็นระยะ โดยเฉพาะทุก 30–45 นาที ลุกเปลี่ยนอิริยาบถหรือขยับข้อมือเบา ๆ
- หลีกเลี่ยงการพักข้อมือบนขอบโต๊ะที่แข็งเป็นเวลานาน เพราะอาจเพิ่มแรงกดบริเวณเส้นเอ็น
การปรับกิจกรรมกีฬาและงานบ้าน
สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนซ้ำ ๆ เช่น เทนนิส แบดมินตัน หรือกอล์ฟ การตรวจสอบเทคนิคการตีหรือจับอุปกรณ์อาจช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อศอกได้ เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องทำงานบ้านที่ใช้แรงมือซ้ำ ๆ อย่างการบิดผ้า ยกของ หรือทำสวน ควรสังเกตว่ากิจกรรมใดที่กระตุ้นอาการ และพิจารณาปรับวิธีทำหรือใช้อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรง เช่น การใช้ที่จับที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดแรงบีบที่ต้องใช้
หลักการสำคัญคือไม่จำเป็นต้องเลิกทำกิจกรรมที่ชอบไปเลย แต่ควรปรับวิธีการหรือความถี่ให้อยู่ในระดับที่ร่างกายรับไหว และค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมเต็มรูปแบบเมื่ออาการดีขึ้นและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงเพียงพอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยระหว่างการดูแลตัวเอง
ในการดูแล Tennis Elbow ด้วยตัวเอง มีบางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยและอาจทำให้การฟื้นตัวช้าลงหรืออาการแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ
- หยุดใช้แขนโดยสิ้นเชิงเป็นเวลานาน
การพักแขนทั้งหมดอาจช่วยลดอาการปวดในระยะสั้น แต่หากทำต่อเนื่องนานเกินไปโดยไม่มีการเคลื่อนไหวหรือฝึกกล้ามเนื้อเลย อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นสูญเสียความแข็งแรง และเมื่อกลับไปใช้งานอาจมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำมากขึ้น - เร่งเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายเร็วเกินไป
เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น หลายคนมักรีบเพิ่มน้ำหนักหรือจำนวนครั้งของท่าฝึกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่รับแรงมากเกินไป และอาการปวดกลับมาได้ ควรเพิ่มระดับความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ร่างกายตอบสนอง - กลับไปทำกิจกรรมเดิมทันทีที่หายปวด
อาการปวดหายไปไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นกลับมาแข็งแรงเต็มที่แล้วเสมอไป การกลับไปทำกิจกรรมเดิมโดยไม่ได้ฝึกความแข็งแรงอย่างเพียงพอ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการ Tennis Elbow กลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย - ละเลยอาการที่ผิดปกติเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการฝึก
อาการปวดเล็กน้อยระหว่างฝึกอาจเป็นเรื่องที่พบได้ แต่หากมีอาการชา อ่อนแรงชัดเจน บวมแดง หรือปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรมองข้ามหรือฝืนทำต่อ ควรลดความหนักลงหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเพิ่มเติม
การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ ร่วมกับการดูแลตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้การฟื้นฟู Tennis Elbow เป็นไปอย่างเหมาะสมและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว
Tennis Elbow ควรพักนานแค่ไหน?
ไม่มีกำหนดเวลาพักที่เหมาะสมสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับความรุนแรง ระยะเวลาที่มีอาการ กิจกรรมที่ทำเป็นประจำ และความสามารถในการรับแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
การพักอย่างเดียวอาจช่วยลดอาการในระยะหนึ่ง แต่หากกลับไปทำกิจกรรมเดิมโดยไม่ได้ปรับการใช้งานหรือฟื้นฟูความแข็งแรง อาการอาจกลับมาได้
ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือ
ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ → รักษาการเคลื่อนไหว → เริ่มฝึกกล้ามเนื้อ → เพิ่มความแข็งแรงและการรับแรงอย่างค่อยเป็นค่อยไป → กลับไปทำกิจกรรมตามปกติ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด?
ควรเข้ารับการประเมินหาก
- อาการปวดไม่ดีขึ้นหรือเป็นต่อเนื่อง
- ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีอาการแขนอ่อนแรงอย่างชัดเจน
- มีอาการชา หรือความรู้สึกผิดปกติบริเวณแขนหรือมือ
- ขยับข้อศอกได้จำกัดมาก
- มีอาการบวม แดง หรือร้อนผิดปกติ
- อาการเกิดหลังจากได้รับอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรง
- ดูแลตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย
การประเมินโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะช่วยแยก Tennis Elbow ออกจากสาเหตุอื่นของอาการปวดข้อศอก และช่วยกำหนดระดับการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สรุปการดูแล Tennis Elbow
การดูแล Tennis Elbow ไม่ได้เน้นเพียงการพักหรือประคบ แต่ควรให้ความสำคัญกับการจัดการปริมาณการใช้งานและการฟื้นฟูความสามารถของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
แนวทางสำคัญ ได้แก่
- ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
- หลีกเลี่ยงการใช้งานซ้ำ ๆ ที่ทำให้ปวดมากขึ้น
- ใช้ความเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงที่เหมาะสม
- รักษาการเคลื่อนไหวของข้อศอกและข้อมือ
- เริ่มการยืดกล้ามเนื้อเมื่อเหมาะสม
- ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อปลายแขนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- เพิ่มระดับการออกกำลังกายตามความสามารถของร่างกาย
- หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Tennis Elbow
Tennis Elbow หายเองได้ไหม?
Tennis Elbow ในบางรายสามารถดีขึ้นได้เมื่อมีการปรับกิจกรรมและจัดการปริมาณการใช้งานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
Tennis Elbow ออกกำลังกายได้ไหม?
สามารถออกกำลังกายได้ โดยควรเลือกระดับและรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับอาการ ในช่วงที่ปวดมากควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเบา ๆ และค่อย ๆ เพิ่มการฝึกความแข็งแรงเมื่ออาการควบคุมได้
Tennis Elbow ควรประคบร้อนหรือเย็น?
การประคบเย็นอาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ส่วนความอุ่นอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเหมาะกับการเตรียมร่างกายก่อนยืดหรือออกกำลังกายในบางราย ควรเลือกวิธีที่เหมาะกับอาการของแต่ละบุคคล
Tennis Elbow ต้องพักแขนหรือไม่?
ควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้แขนทั้งหมด การเคลื่อนไหวและการฝึกกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟู
Tennis Elbow ควรยืดกล้ามเนื้อหรือไม่?
การยืดกล้ามเนื้อปลายแขนอาจเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมฟื้นฟู โดยควรทำอย่างนุ่มนวลและไม่ฝืนจนเกิดอาการปวดมาก
Tennis Elbow ต้องใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็น ระดับอาการ ลักษณะกิจกรรม และการตอบสนองต่อการฟื้นฟู จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาตายตัวสำหรับทุกคน
เมื่อไหร่ควรทำกายภาพบำบัด?
หากอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิต เป็นต่อเนื่อง กลับมาเป็นซ้ำ หรือไม่ดีขึ้นหลังปรับกิจกรรมด้วยตนเอง การประเมินโดยนักกายภาพบำบัดสามารถช่วยวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ประเมินความสามารถในการรับแรง และวางโปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Medical Disclaimer
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดได้ หากมีอาการปวดข้อศอกต่อเนื่อง อาการรุนแรงขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
ช่องทางการติดต่อของเรา 👇
🌐 Offical Website : www.greenbellclinic.com
📌 IG : @greenbell_clinic
🟩 LINE Offical : @greenbell
⬛ TIKTOK : greenbellmedicalclinic
🟥 Youtube : Greenbell Medical Clinic